Service | บริการ

การประเมินพัฒนาการ Developmental Assessment

ในครั้งแรกที่คุณพ่อคุณแม่พาเด็กมาพบกับเราที่ Kids Plus สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการประเมินทางกิจกรรมบำบัดด้วยแบบประเมินมาตรฐาน เพราะนั่นจะทำให้เรารู้ถึงจุดแข็งและจุดอ่อนที่ปัญหาของเด็กแต่ละคนได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ ทั้งยังทำให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่า Kids Plus ได้ให้การกระตุ้นพัฒนาการลูกๆ ของท่านได้อย่างถูกต้องและมีระดับพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง สามารถนำมาเปรียบเทียบได้กับระดับพัฒนาการหลังเข้ารับการกระตุ้นพัฒนาการ และเมื่อการประเมินเสร็จสิ้นนักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist: OT) นำผลของการประเมินที่ได้มารายงานกับคุณพ่อคุณแม่ทันที จากนั้นอีกประมาณ 2 สัปดาห์ คุณพ่อคุณแม่จะได้รับรายงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งประกอบด้วยประวัติพัฒนาการ ผลการประเมิน และคำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถนำรายงานที่ได้ไปให้แพทย์เพื่อทราบระดับพัฒนาการและปัญหาที่ประเมินพบ โดยการประเมินทางด้านกิจกรรมบำบัดที่ Kids Plus จะเน้นในเรื่องทักษะความสามารถของเด็กที่ส่งเสริมให้เด็กมีศักยภาพในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามวัย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ที่บ้าน และที่โรงเรียนประวัติพัฒนาการของเด็ก ผลการประเมิน และคำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ และคุณครูที่โรงเรียน

ทักษะอะไรบ้างที่จำเป็นจะต้องประเมินทางกิจกรรมบำบัด และจะใช้เวลาประมาณเท่าไร ตามปกติแล้ว การประเมินทางกิจกรรมบำบัดโดยนักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist: OT) จะใช้เวลาประมาณ 60 ถึง 90 นาที ทั้งนี้ในบางครั้งอาจต้องใช้เวลามากกว่านั้นขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการประเมิน รวมทั้งความพร้อมของเด็กที่เข้ารับการประเมิน

ทักษะที่เด็กจะได้รับการประเมิน คือ ทักษะทางด้านกล้ามเนื้อ ซึ่งจะประเมินทักษะทั้งทางด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (รวมถึง การทรงตัว การควบคุมท่าทาง และสหสัมพันธ์ของร่างกาย) กล้ามเนื้อมัดเล็ก (การใช้มือ และความคล่องแคล่วของการใช้มือ รวมถึงการใช้มือทั้งสองข้างทำงานร่วมกัน) Sensory motor การประมวลผลการรับความรู้สึก (Sensory Processing) การแยกความแตกต่างระหว่างผิวสัมผัส การทำงานร่วมกันของมือและตา การรับรู้ทางสายตา และความสามารถในมองเห็น และการเคลื่อนไหว การเขียน การจับดินสอ การดูแลตัวเอง และทักษะทางสังคม

ความบกพร่องของทักษะที่กล่าวมาจะแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น

เด็กที่มีปัญหาในเรื่องความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ จะเป็นเด็กงุ่มง่าม เชื่องช้า และเหนื่อยล้าง่าย เด็กที่มีปัญหาในเรื่องของการรับสัมผัส จะแสดงอาการรังเกียจ ไม่ชอบเนื้อผ้าบางชนิด หรืออาหารบางประเภท รวมทั้งแสดงความทนทานต่อความเจ็บปวดหรืออาการบาดเจ็บมากเกินไปหรือน้อยเกินไป การเคลื่อนไหวที่ไม่ดี มีปัญหาเรื่องการทำงานของตาและมือร่วมกัน มีปัญหากล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่นไม่ชอบเขียนหนังสือ หรือควบคุมความสม่ำเสมอของขนาดตัวหนังสือไม่ได้ ปัญหาการรับรู้ทางสายตา ซึ่งมักจะส่งผลให้เด็กมีความสามารถทางกีฬาต่ำ มีปัญหาเรื่องของการเขียน เช่น เขียนกลับด้านการอ่าน

ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอีกต่อไปด้วย หรือในเด็กบางคนอาจมีปัญหาในการทำกิจวัตรประจำวันของตนเอง Kids Plus ใช้แบบประเมินมาตรฐาน (Standardized Tests) ที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแต่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก โดยจะพิจารณาปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูเป็นกังวล อายุของเด็ก รวมทั้งแบบประเมินอื่นๆ ที่เด็กเคยได้รับการประเมินมาแล้ว แล้วนำมาคัดเลือกแบบประเมินที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน ดังนี้:

Sensory Integration and Praxis Test (SIPT)
เป็นแบบประเมินที่ใช้ในการประเมินปัญหาการทำงานของระบบการรับความรู้สึก (Sensory Functioning) ในด้านต่าง ๆ และการวางแผนการเคลื่อนไหว (Motor Planning) ในเด็กวัย 4 ปี ถึง 8 ปี 11 เดือน เป็นแบบประเมินมาตรฐานแบบเดียวที่สามารถวัดปัญหาด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลการรับความรู้สึกบกพร่องได้ (Sensory Integrative Dysfunction) ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลระบบการทรงตัว (Vestibular Processing) ระบบกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อต่อ (Proprioceptive Processing) ระบบสัมผัส (Tactile Processing) การทำงานร่วมกันของร่างกายสองซีก ทักษะการเรียงลำดับเหตุการณ์ ความสามารถด้านการรับรู้จากการมองเห็น (Visual Motor) การรับรู้ระยะห่าง (Spatial Perception) และการวางแผนการเคลื่อนไหว (Motor Planning)

DeGangi-Berk Test of Sensory Integration (TSI)
เป็นแบบประเมินที่ใช้ประเมินปัญหาทางด้านการประมวลผลการรับความรู้สึกบกพร่อง (Sensory Integrative Dysfunction) ในเด็กวัย 3 - 5 ปี ซึ่งจะช่วยให้สามารถพบปัญหาที่หากไม่ได้รับการแก้ไขอาจนำไปสู่ปัญหาทางการเรียนรู้ได้

Developmental Test of Visual Perception - 2nd Edition (DTVP-2)
แบบทดสอบมาตรฐานสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 4-10 ปี ที่มีการทดสอบย่อย 8 หัวข้อที่แตกต่างกัน แต่สามารถบ่งชี้ความสามารถทางด้านการรับรู้ทางสายตา และการบูรณาการข้อมูลระหว่างการมองเห็นและการเคลื่อนไหว (visual-motor integration) ผลของการประเมินทำให้ทราบถึงระดับความบกพร่องของการรับรู้ทางสายตาของเด็ก

Bruininks-Oseretsky Test of Motor Proficiency, Second Edition (BOT-II)
เป็นแบบทดสอบมาตรฐานที่ใช้ในการประเมินประสิทธิภาพและความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ (Gross Motor) และกล้ามเนื้อเล็ก (Fine Motor) ในเด็กอายุระหว่าง 4 ปี 2 เดือน ถึง 15 ปี

Sensory Profile (Caregiver Questionnaire)
เป็นแบบสอบถามที่ให้ผู้ปกครองของเด็กได้ตอบคำถามเกี่ยวกับการตอบสนองของเด็กที่มีต่อการรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ปกครองจะให้ข้อมูลว่าเด็กแสดงพฤติกรรมทั้ง 125 พฤติกรรมมากน้อยขนาดไหน

Miller Assessment for Preschoolers (MAP)
แบบทดสอบมาตรฐานที่ใช้ในการประเมินความพร้อมด้านทักษะพื้นฐานที่มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็กที่มีอายุระหว่าง 2 ปี 9 เดือน ถึง 5 ปี 8 เดือน ซึ่งเป็นการประเมินพัฒนาการที่ครอบคลุมถึงด้านพฤติกรรม (Behavioral) การใช้กล้ามเนื้อ (Motor) และการรับรู้เรียนรู้ (Cognitive) โดยวิธีการตรวจประเมินในแต่ละหัวข้อนั้นจะเป็นการประเมินผ่านการเล่นเกมส์ต่างๆ ตามข้อกำหนดของแต่ละช่วงอายุ

Peabody Developmental Motor Scales - Second Edition (PDMS-2)
แบบประเมินที่ใช้ในการประเมินระดับพัฒนาการด้านด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี

Conners’ Rating Scale - Revised: Long Version
เป็นแบบคัดกรองเพื่อบ่งบอกแนวโน้ม/ความเสี่ยงว่าเด็กมีปัญหาทางด้านสมาธิสั้นและซนผิดปกติ (Attention Deficit and Hyperactivity Disorder: ADHD) หรือไม่ โดยผู้ปกครองหรือครูเป็นผู้ทำการประเมินพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกที่บ้านหรือที่โรงเรียนในเดือนที่ผ่านมาว่ามากน้อยขนาดไหน เป็นแบบประเมินสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 3 ปี - 17 ปี

The Beery-Buktenica Development Test of Visual-Motor Integration (VMI)
เป็นแบบทดสอบมาตรฐานที่ออกแบบมาสำหรับเด็กอายุ 3 ปี-ผู้ใหญ่ เพื่อประเมินความสามารถของบุคคลในการถ่ายโอนข้อมูลที่ได้จากการมองเห็นไปสู่การเคลื่อนไหว เช่น การบูรณาการข้อมูลระหว่างการมองเห็นและการเคลื่อนไหว (visual-motor integration) ซึ่งเป็นการทำงานของระบบประสาทที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะในด้านการเขียนและการวาดรูป ทั้งยังเป็นส่วนที่ทำให้เด็กมีความสามารถในการควบคุมการใช้ดินสอและควบคุมท่าทางต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับงานเขียน

Dynamic Occupational Therapy Cognitive Assessment for Children (DOTCA-Ch)
แบบประเมินที่ออกแบบมาเพื่อประเมินระดับความสามารถด้านการรับรู้ (Perceptual) กล้ามเนื้อ (Motor) และความรู้ความเข้าใจ (Cognitive) ของเด็กวัย 6 - 12 ปี

การประเมินมีขึ้นครั้งเดียวหรือไม่
เมื่อเด็กเข้ารับการกระตุ้นพัฒนาการร่วมกับ Kids Plus แล้ว นักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist: OT) จะทำการประเมินซ้ำเป็นระยะ เพื่อที่จะได้เห็นผลความก้าวหน้าของการกระตุ้นพัฒนาการ และยังใช้เพื่อวางแผนการ กระตุ้นพัฒนาการของเด็กเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

การประเมินทักษะทางภาษา
เมื่อผู้ปกครองรู้สึกว่า ลูกพูดช้า อายุ 2-3 ขวบยังไม่พูดซักที หรือพูดแต่เป็นการพูดภาษาของตัวเอง พูดไม่ชัด เมื่อมาที่ Kids Plus นักแก้ไขการพูด (Speech Pathologist) จะทำการประเมินทักษะทางภาษาของเด็กด้วยการสร้างสถานการณ์จำลองให้เด็กมีการโต้ตอบสื่อสารผ่านการเล่นสมมติ

การประเมินทักษะทางวิชาการ
เด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ ยังอ่านหนังสือไม่ได้ซักที ได้หน้าลืมหลัง สอนแล้วสอนอีกก็ยังจำตัวอักษรไม่ได้ หรือยังไม่รู้จักค่าของตัวเลข บวกลบเลขไม่ได้ ที่ Kids Plus เราจะทำการประเมินทักษะวิชาการด้านภาษาไทย และคณิตศาสตร์ของเด็ก โดยนักการศึกษาพิเศษ ด้วยแบบประเมินที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์กระตุ้นพัฒนาการ Kids Plus โดยอ้างอิงจากบทเรียนตามระดับชั้นของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อวางแผนการเรียนการสอนเฉพาะบุคคลต่อไป